diary

ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคนค่ะ ถ้าเพื่อน บ. ผ่านมาเห็นข้อความจากทุกคนคงดีใจ หายเฟลเป็นปลิดทิ้ง

ยอมรับว่าตอนที่เขียนบล็อกยังอยู่ในช่วงอารมณ์จี๊ดหลังจากวางสายจากเพื่อน บ.ในฐานะที่เป็นคนการ์ตูน ทั้งอ่าน ทั้งวาดเอง เลยมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งที่เพื่อนเจอ มันเหมือนกับว่าเราก็อยู่ของเราดีๆแล้วนะ ทำไมคนอื่นที่ไม่รู้จักเราแม้แต่น้อยต้องมาตำหนิเราแบบฉาบฉวยด้วยล่ะ เราเองก็คล้ายๆเพื่อน บ. คือ ช่องว่างระหว่างชีวิตการงานกับชีวิตส่วนตัวแตกต่างกัน อยู่ที่ทำงานก็ต้องมีบุคลิกนึงยังกับสวมหน้ากากไปทำงานยังไงยังงั้นในเวลางานเราก็ปฏิบัติหน้าที่ให้เค้าเต็มที่แล้ว พอเวลาเลิกงานเราก็อยากจะมีชีวิตส่วนตัวเป็นของตัวเอง อยากหมกมุ่นอยากทุ่มเทให้กับสิ่งที่เรารักมั่ง บังเอิญว่าสิ่งที่เรารักไม่ใช่หนังสือประเทืองปัญญาอ่านยาก แต่เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นเล่มละ 40 บาท (ก็ไอ้การ์ตูนหลอกเด็กที่ป๊าม๊าชอบบ่นนั่นแหละแต่ตอนป๊าม๊าบ่นมันฟังแล้วไม่เคืองเท่าถูกคนอื่นบ่นเนี่ยสิ) เราทะนุถนอมการ์ตูนยิ่งกว่าสมบัติ แม่ขนการ์ตูนไปทิ้งเราร้องไห้ สมัยก่อนเรายอมอดกินขนมเพื่อเก็บตังค์ไปซื้อการ์ตูน ปัจจุบันไม่ต้องอดกินขนมแล้ว แต่ก็ยังไม่วายแวะเวียนไปช้อปการ์ตูนออกใหม่ทุกครั้งที่มีโอกาส เวลาว่างๆเป็นต้องจับดินสอวาดการ์ตูน ถ้าวาดสวยมีคนชมเราก็ดีใจ ชีวิตผูกพันกับการ์ตูนขนาดนี้ เลยรู้สึกแย่มากที่การ์ตูนที่เรารักถูกมองว่าไร้ค่าไร้สาระในสายตาคนอื่น แล้วตัวเราที่ชอบสิ่งไร้ค่านั่นล่ะ เป็นอะไร? คนไร้ค่าอย่างนั้นเหรอ?

นั่นเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นตอนนั้น แต่พอได้อ่านความคิดเห็นจากมุมมองของหลายๆคน ได้ทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นจากมุมมองอื่นนอกเหนือจากของตัวเองแล้ว อารมณ์เคืองที่มีในตอนแรกก็เริ่มตกตะกอน จริงอย่างที่พี่กบให้ความเห็นไว้เลยค่ะ ว่าถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวแล้วมีคนมาก้าวก่ายแบบนี้มันก็สมควรจะเคืองอยู่หรอก แต่ในกรณีเพื่อน บ. เค้าอยู่ในสังคมที่เน้นภาพลักษณ์อย่างกระทรวงต่างประเทศ การติดการ์ตูนมันเป็นข้อบกพร่องที่ยังไงๆก็เถียงไม่ขึ้นอยู่แล้วมองในแง่ดี พี่คนนั้นเค้าอาจจะมีเจตนาดีกับเพื่อน บ. เพียงแต่วิธีการพูดของเค้ามันฟังแล้วเชือดเฉือนหัวใจผิดวิสัยคนทำงานการฑูตแล้วก็ไร้ความรับผิดชอบไปหน่อย เรายังไม่หายเคืองพี่เค้าหรอกนะ เพราะความมั่นใจของเพื่อนเราโดนเค้าทำลายไปแล้วกว่า 80% ไอ้เจ้า บ. ยังต้องหลบไปเลียแผลใจอีกสักพักใหญ่เลยล่ะกว่ามันจะกล้าจับดินสอวาดรูปอีกครั้งได้ เป็นเราเจอตอกใส่หน้าตรงๆแบบนั้นก็คงเสียเซลฟ์เหมือนกัน

ต้องขอขอบคุณทุกๆข้อความให้กำลังใจจากเพื่อนๆคนการ์ตูน ที่ทำให้รู้ว่าเราและเพื่อน บ. ไม่ได้ Alone in the dark น้องเกตุเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์คล้ายๆที่เพื่อน บ. เจอ หลายๆคนโกรธแทน หลายๆคนให้กำลังใจบอกเพื่อน บ. อย่าท้อถอย ให้พยายามให้มากขึ้นเพื่อลบคำสบประมาทให้ได้ เราก็ขอขอบคุณแทนเพื่อน บ. ด้วยค่ะ และขอให้ทุกคนก็พยายามต่อไป อย่าท้อถอยเช่นกันค่ะ สักวันคงมีวันที่การ์ตูนดีๆถูกยกย่อง และสังคมไทยยอมรับว่าการ์ตูนก็เป็นอะไรที่มากกว่าหนังสือสำหรับเด็ก สักวันคนชอบการ์ตูนจะไม่ถูกมองด้วยสายตาแปลกๆ คงมีสักวันสิน่า....

Code Here.

www.flickr.com